แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เศรษฐศาสตร์นิวเคลียร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เศรษฐศาสตร์นิวเคลียร์ แสดงบทความทั้งหมด

15 กุมภาพันธ์ 2556

รื้อถอนเตาปฏิกรณ์ฟูกูชิมะ : ภารกิจที่ท้าทายกว่าเชอร์โนบิล

(จับตานิวเคลียร์ ฉบับที่ 18, พ.ย.-ธ.ค. 2555)

ธันวาคม 2555, นายโตชิมิตสุ โมเตกิ รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมญี่ปุ่นเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดสรรงบประมาณพิเศษหลายหมื่นล้านเยนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายใน การวิจัยและพัฒนาวิธีการรื้อถอนเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ งบประมาณก้อนนี้เป็นเงินก้อนที่สอง หลังจากที่รัฐบาลชุดก่อนได้อนุมัติงบประมาณ 2,000 ล้านเยน (25 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อใช้ในการศึกษาวิธีการรื้อถอนเตาปฏิกรณ์อย่างปลอดภัย

เซลลาฟิลด์ : โรงงานนิวเคลียร์ที่มีพิษที่สุดในยุโรป

(จับตานิวเคลียร์ ฉบับที่ 18, พ.ย.-ธ.ค. 2555)

“เซลลาฟิลด์” ไม่ใช่แค่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์โรงหนึ่ง แต่เป็นเสมือน “นิคมอุตสาหกรรมนิวเคลียร์” ในเขตคัมเบรียทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ มีเนื้อที่ 6 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 3,750 ไร่) อันเป็นที่ตั้งของโรงงานนิวเคลียร์หลายประเภท นับตั้งแต่เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ใช้ในทางทหาร โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงงานสกัดแท่งเชื้อเพลิงใช้แล้ว โรงงานผนึกกากนิวเคลียร์ด้วยแก้ว และอื่นๆ รวมทั้งกากนิวเคลียร์อีกจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บในบ่อและโกดังหลายแห่ง

14 กุมภาพันธ์ 2556

พลังงานหมุนเวียนทดแทนนิวเคลียร์ไม่ได้จริงหรือ ?

โรงไฟฟ้าพลังความร้อนแสงอาทิตย์ Gemasolar
(จับตานิวเคลียร์ ฉบับที่ 18, พ.ย.-ธ.ค. 2555)

ผู้สนับสนุนระบบพลังงานรวมศูนย์มักจะอ้างว่า พลังงานหมุนเวียนไม่ใช่คำตอบที่จะสามารถทดแทนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้อย่างเป็นจริง เนื่องจากพลังงานหมุนเวียนมีความไม่แน่นอน ไม่สามารถใช้เป็น Base Load หรือกำลังผลิตไฟฟ้าพื้นฐานที่ต้องเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมงได้ ดังนั้น ถึงอย่างไรเราก็ยังต้องพึ่งพาพลังงานถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และนิวเคลียร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ข้ออ้างข้างต้นกำลังมีน้ำหนักน้อยลงเรื่อยๆ เพราะปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแสงอาทิตย์ ที่ก่อสร้างขึ้นใช้งานในเชิงพานิชย์ที่ประเทศสเปนเมื่อปีที่แล้ว

วิบากกรรมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สหรัฐ ขายโรงไฟฟ้าหาทุนสร้างเตาปฏิกรณ์ให้เสร็จ

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Bellefonte สหรัฐอเมริกา
(จับตานิวเคลียร์ ฉบับที่ 17, ก.ย.-ต.ค. 2555)

เป็นเวลามากกว่า 30 ปีมาแล้วที่สหรัฐอเมริกาไม่มีการออกใบอนุญาตให้ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โรงใหม่เลย แม้ว่าในปีนี้คณะกรรมการกำกับนิวเคลียร์สหรัฐได้ออกใบอนุญาตก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่เป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี แต่ก็ไม่แน่ว่าโครงการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์เครื่องใหม่ล่าสุดนี้จะทำได้สำเร็จหรือไม่ เพราะเมื่อมองย้อนไปในอดีต มีโครงการนิวเคลียร์กว่า 200 โครงการในสหรัฐที่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างแต่ต้องล้มเลิกไปในที่สุด ในขณะที่บางโครงการก็ได้ก่อสร้างมากว่า 40 ปีแล้ว แต่ความหวังที่จะก่อสร้างจนสำเร็จก็ยังอยู่อีกไกล นั่นก็คือ โรงไฟฟ้าเบลเลฟอนต์ในอลาบาม่า และโรงไฟฟ้าวัตต์บาร์ในเทนเนสซี่

สถานการณ์นิวเคลียร์รอบโลก หลังอุบัติเหตุฟูกูชิมะ

(จับตานิวเคลียร์ ฉบับที่ 16, ก.ค.-ส.ค. 2555)

ภายใต้ปัญหาวิกฤตการณ์โลกร้อนในหลายปีที่ผ่านมา ความพยายามของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ที่จะชักจูงสังคมโลกให้หันกลับมาใช้ พลังงานนิวเคลียร์เกิดขึ้นขนานใหญ่ภายใต้คำขวัญรณรงค์ “Nuclear Renaissance” หรือ “ยุคฟื้นฟูของพลังงานนิวเคลียร์” ที่ถูกอ้างว่าจะเป็นคำตอบของความมั่นคงพลังงานท่ามกลางวิกฤติการณ์การ เปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศของโลก

อย่างไรก็ตาม จนถึงบัดนี้ สิ่งที่สามารถบ่งชี้ได้ว่าพลังงานนิวเคลียร์กำลังกลับมาได้รับความนิยมอีก ครั้งก็ยังไม่มีปรากฏให้เห็น

13 กุมภาพันธ์ 2556

จุดแข็ง "ต้นทุนต่ำ" จุดอ่อน "ต้นทุนบานปลาย"

นี่คือเอกสารประกอบการบรรยายหัวข้อ “การเตรียมความพร้อมในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ให้เสร็จสิ้นตามแผน” โดย นายชวลิต พิชาลัย รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน และ รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2553 ณ โรงแรมเรดิสัน ถนนพระราม ๙ กรุงเทพมหานคร 





นิวเคลียร์ฟินแลนด์ : ความฝันอันร่อแร่ของ “ยุคฟื้นฟูนิวเคลียร์”

(จับตานิวเคลียร์ ฉบับที่ 8, ก.ค.-ก.ย. 2552)
การก่อสร้างโรงไฟฟ้าโอลกิลูโอโท3 ประเทศฟินแลนด์

นับตั้งแต่อุบัติเหตุโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลระเบิดเมื่อปี 2529 เป็นเวลากว่า 20 ปีมาแล้วที่ประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปตะวันตกต่างไม่มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่อีกเลย จนกระทั่งไม่กี่ปีมานี้ ภายใต้ความพยายามดิ้นรนหนีตายของบรรดากลุ่มอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ ประเด็นภาวะโลกร้อนได้ถูกใช้เป็นข้ออ้างสำคัญในการ ฟื้นฟูความนิยมของพลังงานนิวเคลียร์ขึ้นมาใหม่ และฟินแลนด์ก็คือประเทศแรกสุดในยุโรปที่ตัดสินใจก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โรงใหม่ ด้วยความเชื่อมั่นตามที่กลุ่มอุตสาหกรรมนิวเคลียร์โฆษณาว่า โลกกำลังจะก้าวเข้าสู่ “ยุคฟื้นฟู” ของพลังงานนิวเคลียร์ (Nuclear Renaissance)

พลังงานแสงอาทิตย์ในสหรัฐกำลังจะราคาถูกกว่านิวเคลียร์แล้ว

(จับตานิวเคลียร์ ฉบับที่ 11, มิ.ย.-ต.ค. 2553)

เป็นเวลาหลายสิบปีแล้วที่มักจะพูดกันว่า “พลังงานแสงอาทิตย์แม้จะเป็นพลังงานสะอาด แต่ก็มีราคาที่แพงมาก ดังนั้น เรามาเลือกใช้พลังงานนิวเคลียร์กันดีกว่าเพราะราคาถูกกว่ากันมาก” แต่ ณ ปี 2553 นี้ ปรากฏ การณ์ที่สำคัญได้เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา นั้นก็คือ เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วกำลังจะทำให้ไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์มีราคาถูกกว่าพลังงานนิวเคลียร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

นิวเคลียร์อเมริกา : ภาระก้อนโตของผู้เสียภาษี

(จับตานิวเคลียร์ ฉบับที่ 7, มี.ค.-มิ.ย. 2552)

ฝ่ายสนับสนุนนิวเคลียร์กำลังอ้างว่าเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นใหม่ๆ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ในราคาที่ถูกกว่าเชื้อเพลิงอื่น และในขณะเดียวกันก็ช่วยแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนที่เป็นภัยคุกคามมนุษยชาติได้ด้วย

ในสหรัฐอเมริกา บรรดาบริษัทนิวเคลียร์ทั้งหลายกำลังเสนอให้มีการก่อสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ใหม่อีก 30 เครื่อง และบางส่วนยังต้องการให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพิ่มอีก 300 โรงภายในกลางศตวรรษนี้ ซึ่งสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ก็ได้ขานรับโดยการเห็นชอบให้รัฐเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ก้อนมหึมา